เซียวจ้าน เขียนจดหมายถึงเหตุการณ์ 227 โพสต์ยาวแบบหมดเปลือก

        เป็นเวลากว่าปีหนึ่งแล้ว ที่เกิดเหตุการณ์ 227  หรือเหตุการณ์ที่เนติเซนหลายคนชักชวนให้คว่ำบาตรเซียวจ้าน อันเนื่องมาจากที่เว็บไซต์ AO3 โดนปิดในจีน ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นอะไรที่ไม่มีใครคาดคิด และกว่าจะได้ทันทำอะไร ทุกสิ่งอย่างก็ไปไวมาก จนทำเอาเซียวจ้านต้องอยู่เงียบ ๆ ไปพักใหญ่ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่จะฝังใจของเซียวจ้านอย่างยาวนาน ถึงแม้จะมีฝั่งคอยสนับสนุนให้กำลังใจอยู่ก็ตาม

        หลังจากเหตุการณ์นั้นเกือบหนึ่งปี เซียวจ้านก็ได้กลับมามีผลงานเรื่อย ๆ และคอยพูดถึงเรื่องนี้อยู่หลายครั้ง และในวันที่ 27 ก.พ. 2021 ที่ผ่านมา เซียวจ้านก็ได้โพสต์จดหมายร่ายยาวถึงความผิดพลาดในเหตุการณ์นั้นลงใน Weibo อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงคนที่โดนหางเลขไปโดยไม่สามารถควบคุมได้ก็ตาม โดยเนื้อหาในจดหมายได้เขียนเอาไว้ว่า

        “วันนี้ผมมีบางอย่างที่อยากจะบอกกับทุก ๆ คน ผมได้คิดแล้วคิดอีกถึงวิธีที่จะเผยเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ท้ายที่สุด ก็ขอใช้ช่องทางที่เรียบง่ายที่สุดนี้เพื่อบอกให้ทุกคนได้รับทราบถึงสิ่งที่ผมรู้สึก สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ถึงปีที่ผ่านมานะครับ ซึ่งสิ่งที่ผมคิดอาจจะไม่ได้สื่อถึงอะไรมากนัก แล้วก็อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย แต่ผมก็หวังว่าจะสามารถสื่อความรู้สึกออกมาให้ได้รับทราบกัน”

        “ในปีที่ผ่านมา ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เหมือนกับดินปืนที่ปะทุระเบิดขึ้นมาเลย และระเบิดไปตรงจุดที่ทำให้ผมสตันไปหมด – มีโทรศัพท์โทรเข้ามาไม่ขาดสาย แจ้งเตือนใน Wechat ก็เด้งเตือนรัว ๆ ความเห็นจากหลากหลายคน และทุกปัญหาก็ถาโถมเข้าใส่ผม ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาก ๆ แต่ก็ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรดี ในใจของผมมีคำถามมากมายเต็มไปหมด และกลัวทุกถ้อยทุกคำ เพราะทุก ๆ ประโยคที่พูดออกไป อาจจะถูกตีความเกินจริง และนำไปสู่ความรู้สึกที่ทำให้เป็นปัญหาอื่นเพิ่มเติมได้ เพราะแบบนี้ ตอนนั้นผมจึงคิดว่าการอยู่เงียบ ๆ น่าจะดีที่สุด”

        “ผมไม่เคยนึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นเลย ว่าการถกการพูดคุยในโลกออนไลน์นั้นจะยิ่งร้อนระอุมากขึ้น จนลุกลามยากเกินจะควบคุม แล้วพอหลังจากนั้น ผมก็อยากจะออกมาประกาศอะไรอีกสักครั้ง เพื่อกู้สถานการณ์ แต่ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เป็นไปตามที่หวังได้ซะแล้ว”

        “ชีวิตที่เต็มไปด้วยความแตกแยก และความขัดแย้ง ยังคงดำเนินมาจนถึงตอนนี้ และภายในหนึ่งปี สถานนะของผมก็เป็นเหมือนเส้นทางคดเคี้ยวที่ลากยาวต่ำลง มีทั้งความกังวล การย้อนมอง การดิ้นรน… และพยายามนึกว่าพลาดไปตรงไหน ทำไมจากวันนั้น ทุกสิ่งอย่างถึงได้กลายเป็นเหมือนควบคุมไม่ได้แบบนี้”

        “ผมใช้เวลามากมายในการขบคิด และทำความเข้าใจถึงการกระทำและถ้อยคำของผู้คน และแล้วผมก็ค่อย ๆ ตระหนักได้ว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังวิพากษ์ผมอยู่คืออะไร ผมพลาดการสื่อสารกับผู้คนนับตั้งแต่แรก ๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมคิดผิด”

        “หลังจากนั้น ผมก็ยังไม่เข้าใจถึงปัญหาถ้วนทั่วมากนัก ผมไม่เข้าใจในอารมณ์ของทุกคน และที่สำคัญกว่านั้นคือ ผมไมได้เข้าใจถึงสิ่งที่ต้องรับผิดชอบในฐานะบุคคลสาธารณะ จึงทำให้ผมไม่ได้คว้าโอกาสในการสื่อสารกับทุกคนให้ถูกต้องเหมาะสม แล้วผมก็พลาดโอกาสใสการทำหน้าที่กำจัดอารมณ์อันเป็นปฏิปักษ์ของแต่ละฝ่ายออกไปด้วย และตอนนี้ผมได้เข้าใจอย่างถ่อยแท้แล้วว่า ตลอดปีที่ผ่านมา ทุกคนได้หยิบยกประเด็นเรื่อง “ไอดอลผู้ล้มเหลวในการสื่อสาร” ของผมขึ้นมาวิพากษ์กัน ซึ่งการกระทำของพวกเขานั้นถูกแล้ว ในปีที่ผ่านมา ผมได้ลองมองย้อนดูตนซ้ำ ๆ และพบว่า ในฐานะบุคคลสาธารณะแล้ว นอกจากการหมั่นพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ การรับผิดชอบในหน้าที่ และแบกรับสิ่งที่จำเป็นในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในสังคม ซึ่งการแสดงให้เห็นถึงหลักการและคุณค่าที่ถูกต้องนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ซึ่งอย่างน้อยผมควรจะทำอย่างเต็มที่ ในการให้คำแนะนำผู้ติดตามและแฟน ๆ ที่รักผม ถึงแม้ปีที่ผ่านมา ทางค่ายและตัวผมเอง ได้มีการสื่อสารผ่านโพสต์ใน Weibo การสัมภาษณ์ เพื่อแสดงออกถึงความคิดเห็นบางอย่างบ้าง แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากตัวผม และสงครามของแฟนคลับนั้น ทำให้เหล่าผู้คนต้องรู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นอะไรที่ยากจะรักษาให้เป็นเหมือนเดิมได้”

        “แต่ไม่ว่าจะสายไปแล้วสักแค่ไหน ผมก็คิดว่าควรจะแก้ปัญหาของตัวเองให้ถูกต้อง ซึ่งผมหวังว่าช่วงเวลานี้ ผมจะสามารถสื่อความรู้สึกแรกของผมให้ได้เข้าใจกันได้ – เซียวจ้านอยากจะขอโทษที่ล้มเหลวในการพูดในปีก่อน และขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเฉยเมยของเขา ซึ่งนี่คือความรับผิดชอบอย่างแรก ที่ผมควรจะทำ และมันก็เป็นปัญหาจริง ๆ ตอนนี้ผมรับทราบถึงข้อผิดพลาดของผมแล้วครับ”

        “ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังถือขอใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับแฟน ๆ ของผม ซึ่งเป็นความรับผิดชอบอย่างที่สอง ที่ผมควรจะทำ ในปีก่อนนั้น ผมเคยได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผมไม่เห็นด้วยกับคำที่บอกว่า ไอดอลควรจะ ‘จัดการ’ กับแฟนคลับของตัวเอง เพราะแต่ละคนนั้นก็มีอิสระเป็นของตนเอง ในฐานะตัวผมเอง หรือค่ายของผมแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ถืออ้างว่า เรามีอำนาจเหนือกว่าจนจัดการพวกเขาได้ แต่เมื่อลองพิเคราะห์ลึก ๆ ลงไป บางทีผมอาจจะไม่สามารถจำกัดความคำว่า “จัดการ” ระหว่างผมกับแฟนคลับของผมได้ แต่ผมมีสิ่งที่ต้องทำอย่าง ‘การชี้แนะอย่างถูกต้อง และสนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อคุณค่าที่ถูกที่ควร’ เพราะแบบนี้ในวันนี้ ผมจึงอยากจะบอกแฟน ๆ ของผมว่า ทุก ๆ คนมีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบอะไรบางอย่าง และไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ เราก็ควรจะเคารพในจุดนั้น พวกเขาสามารถมีพื้นที่ส่วนตัวในการระบายความรู้สึกออกมา และแน่นอนว่า สิทธิเหล่านั้นก็ควรจะอยู่บนเหตุและผลด้วย โดยไม่สร้างบาดแผลให้ผู้อื่น และควรสร้างอิทธิพลไปในทางที่ถูกต้องแก่ผู้คน”

        “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแฟน ๆ และเพื่อน ๆ ของผมจะเข้าใจในจุดนี้นะครับ ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร อายุเท่าไหร่ แต่ความรักความชอบของเรา ไม่ควรจะล้ำเส้น และเป็นตัวอย่างที่ไม่ควร และสิ่งที่สำคัญคือ เราไม่ควรจะบังคับอะไรที่ขัดต่ออาชีพของเขาจนมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นในโลกจริง หรือโลกออนไลน์ก็ตาม ทุก ๆ คน ควรจะรับผิดชอบต่อการกระทำและคำพูดของตัวเอง โดยผมหวังว่าทุกคนจะไม่ต้องถูกอ้างอิงในชื่อ ‘แฟนคลับของ xxx’ เมื่อถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็น แต่สิ่งที่ผมหวังกว่าก็คือ ไม่อยากให้มีสถานการณ์ที่มีความแตกต่าง ความขัดแย้งเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่สถานการณ์นั้น ๆ มีการตัดสินบางอย่างว่าดีหรือไม่ดี”

        “คนทุกคนมีความสนใจ และความชอบเป็นของตัวเอง ฉะนั้น เราควรเคารพความจริงที่ว่า ทุกคนมีสิทธิ์เลือก และอิสรภาพในการพูดเป็นของตนเอง ความรัก เป็นเหมือนดั่งแหล่งพลังงาน ซึ่งผมหวังว่าแหล่งพลังงานนี้ จะไม่ทำให้เกิดการเบียดเบียน หรือความเจ็บปวดใดของใคร บางทีแล้ว สภาพแวดล้อมทั้งหมดนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่างน้อยมันก็เริ่มจากตัวผม และคุณทุกคน ในวันนี้ สามารถเป็นวันที่เริ่มต้นใหม่ได้ครับ”

        “ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากจะคุยกับทุกคนเกี่ยวกับตัวผมเอง นับตั้งแต่วินาทีที่ผมก้าวมาสู่อาชีพนี้ เดินทางมุ่งหน้ามาจนถึงวันนี้ ก็จะมีบางอย่างที่กำหนดตัวตนของผมอยู่เสมอ แต่เจตนาแรกที่ผมเข้ามาสู่วงการบันเทิงนั้นก็คือ เพื่อได้แสดงความรักของผมที่มีต่อการแสดง และงานเพลง และอาจจะเป็นเพราะสิ่งนี้ ผมก็เลยคอยทำงานหนักมาโดยตลอด เพื่อจะได้เป็นนักร้อง และนักแสดงที่เป็นมืออาชีพได้ ในการเผชิญกับคำวิพากษ์ว่าเป็น “ไอดอลไร้เสียง” แล้ว ผมก็เริ่มตระหนักว่า นอกจากการโฟกัสไปที่ทักษะความเป็นศิลปินมืออาชีพแล้ว ผมควรจะแบกภาระในการเป็นบุคคลสาธารณะและไอดอลด้วย ผมเกิดมาในครอบครัวทั่วไปในฉงชิ่ง และได้ใช้ชีวิตเหมือนคนทั่ว ๆ ไปมาตลอดยี่สิบปี และในวันนี้ ผมอยากขอโอกาสนี้ ในการขอโทษแทนตัวตนผมคนธรรมดาในอดีต ที่เคยใช้คำใด ๆ ไม่เหมาะสม ในการสร้างความเจ็บให้กับผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมจะตั้งใจเรียนรู้ในการเป็นตัวเองที่ดีขึ้น และเป็นบุคคลสาธารณะที่ดีมากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน และผมหวังว่าเซียวจ้านทั้งสองเวอร์ชันนี้ จะผสานกันเป็นหนึ่งเดียว แล้วกลายเป็นตัวผม ในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมได้ครับ” 

        “ในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือว่าเรื่องใหญ่ แต่เพราะตัวผมเอง จึงทำให้เกิดเรื่องขัดแย้งยิ่งใหญ่ขึ้น ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ผมสามารถคาดหวังบางอย่างจากตัวผมเองได้ แต่ไม่สามารถบังคับใจของผู้อื่นได้ ผมจึงทำได้เพียงหวังว่า ผู้คนที่รักชอบผมจริง ๆ จะรับฟัง และถือเอาสิ่งที่ผมได้พูดออกไปทำตามอย่างจริงจัง ก่อนจะตัดสินใจว่าใครดีหรือไม่ดี ก็ขอให้ตัดสินด้วยเหตุและผล ขอให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิตที่แอ็กทีฟ และดีต่อสุขภาพ ละเว้นการทะเลาะเบาะแว้งกับบุคคลในโลกออนไลน์ โฟกัสในการใช้ชีวิตจริงให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น เพื่อที่จะเราจะได้เป็นตัวเราเองในเวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้นไปนะครับ” 

        เป็นจดหมายทางการที่ยาวและจริงใจมาก ๆ เลยเนอะ พวกเราชาวแฟนคลับเซียวจ้าน ถ้าหากรักจ้านจริง ก็รับฟังสิ่งที่จ้านบอก แล้วนำไปใช้จริง ๆ กันนะ ~

.

.

.

Credit

แชร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *